หน้าแรก     สินค้า     เว็บบอร์ด     เกี่ยวกับเรา     บทความ     วิธีการชําระเงิน     ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก    ภาษาไทย | English
ค้นหา:
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 22/04/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 19/01/2559
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 37


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (37)
ผักอบแห้งทดแทนผักสด
พืชผักอบแห้ง
ชุดเครื่องต้มยำ
เครื่องปรุงอาหารไทย
ชุดพร้อมปรุงอาหารไทย
เครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงกำลัง
สมุนไพร
ชาสมุนไพร
น้ำมันหอมระเหย บริสุทธิ์


กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
สมุนไพร
.facebook.com/profile.
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
ชมรมกัลยาณธรรม
ทำดี
สังคมธรรมะออนไลน์
ประตูสู่ธรรม
ธรรมจักร
ผู้จัดการออนไลน์
คนดีดอทคอม
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
เนชั่นแชนแนล
กะปุก
มติชน
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มูลนิธิวิปัสสนาเชียงใหม่
เรือนธรรม
ชีดีธรรมะ
พระไทย.เน็ต
วัดอุโมงค์ พุทธธรรม
สวดมนต์.คอม
ศูนย์พิทักษืพระพุทธศาสนา
หลวงพ่อธี
สำนักปฏิบัติธรรมอาทิจจวํโส
บ้านธัมมะ
พุทธทาส.คอม
vimokkhadhamma
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
วัดร่ำเปิง ตโปทาราม
วัดมหาธาตุ คณะ 5
วิธีเจริญวิปัสสนาสติปัฏฐาน4



   https://www.youtube.com/watch?v=V1SOutgGxv0&feature=youtu.be
  คลิปแนะนำบริษัทครับ
คลิก ที่เบนเนอร์รูปบริษัท 

https://m.facebook.com/profile.php?id=1622085938010155


รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> เครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงกำลัง >> กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น)

กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่


กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น)






  Tell a Friend
กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กระชายดำอบแห้ง(หั่นแว่น)

รหัสสินค้า: 000037
รายละเอียด:
กระชายดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia parviflora Wall. Ex Baker
ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE
ส่วนที่ใช้ เหง้า / หัว

การปลูก
ใช้หัวพันธุ์ที่แก่จัดมีอายุประมาณ 11-12 เดือน แยกหัวโดยหักออกเป็นข้อ ๆ ตามรอยต่อของหัว ฝังกลบดินให้มิดแต่ไม่ลึก
โดยใช้ระยะปลูกระหว่างแถวและระหว่างหลุมเท่ากับ 0.20 X 0.25 เมตร หรือ 0.25 X 0.30 เมตร ปลูกเสร็จแล้วใช้แกลบหว่าน
กลบบาง ๆ อีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากกระชายดำเป็นพืชดั้งเดิมของชาวเขา จึงเชื่อกันว่ากระชายดำที่ดีมีคุณภาพ จะต้องปลูกบนพื้นที่
ที่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500 – 700 เมตร เจริญเติบโตและลงหัวได้ดีในดินร่วนทราย มีการระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง ไม่
่ชอบแดดจัด ชอบแดดร่มรำไร เกษตรกร จึงนิยมปลูกกระชายดำระหว่างแถวไม้ยืนต้น

การเก็บเกี่ยว
ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่ อายุเก็บเกี่ยวของกระชาย ประมาณ 8-9 เดือน ซึ่งจะเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม-มกราคม ในช่วงนี้จะสังเกตดูใบจะเริ่มแก่มีสีเหลืองและแห้งตายลงในที่สุด การเก็บเกี่ยวเร็วกว่ากำหนดอาจมีผลต่อคุณภาพ โดยเฉพาะสีของหัวจะไม่เข้ม ซึ่งเป็นกระชายดำที่ตลาดไม่ต้องการ
การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
การขุดหัวกระชาย
ถ้ายกเป็นแปลงตอนปลูก จะเก็บเกี่ยวได้ง่าย โดยใช้จอบหรือเสียมขุดหัวขึ้นมาแล้วเคาะดินให้หลุดออกจากหัวและราก เกษตรกรนิยมนำหัวกระชายที่ขุดได้ใส่ถุง แล้วนำไปทำความสะอาดที่บ้าน โดยการปลิดรากออกจากหัว ให้หมดให้เหลือแต่หัวล้วน ๆ โดยเฉลี่ยหัวพันธุ์ 1 กิโลกรัม สามารถให้ผลผลิตได้ 5-8 กิโลกรัม ดังนั้น 1 ไร่ จะได้ผลผลิต ประมาณ 1,000-2,000 กิโลกรัม
สารสำคัญ
สารที่พบในเหง้ากระชาย ได้แก่ borneol, sylvestrene ซึ่งแสดงฤทธิ์ต้านจุลชีพ และสาร 5,7 –ไดเมธอกซีฟลาโวน (5,7- dimethoxyflavone = 5,7 DMF) ซึ่งแสดงฤทธิ์ต้านอักเสบ นอกจากนี้ รายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นปี 2547 พบสารพวกฟลาโวนอยด์ 9 ชนิด เช่น สาร 5,7,4’-trimethoxyflavone, 5,7,3’,4’-tetramethoxyflavone , 3,5,7,4’ –tetramethoxyflavone เป็นต้น
ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
1. ฤทธิ์ต้านอักเสบ
สาร 5,7 –ไดเมธอกซีฟลาโวน (5,7-DMF) ที่แยกได้จากเหง้ากระชายดำ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเทียบได้กับยามาตรฐานหลายชนิด คือ แอสไพริน , อินโดเมธาซิน, ไฮโดรคอร์ติโซน และเพรดนิโซโลน จากการศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบของสารนี้ในสัตว์ทดลองด้วยวิธีการต่าง ๆ พบว่าสาร 5,7-DMF สามารถต้านการอักเสบแบบเฉียบพลันได้ดีกว่าแบบเรื้อรัง โดยแสดงฤทธิ์ยับยั้งการบวมของอุ้งเท้าหนูขาวจากสารคาราจีนแนนและเคโอลินได้ดีกว่าฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง granuloma จากการฝังสำลีใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ พบว่า สาร 5,7-DMF มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิด exudation และการสร้างสาร prostaglandin อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบในช่องปอดของหนูขาว (rat pleurisy)
2. ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์
สาร 5,7,4’-trimethoxyflavone และ 5,7,3’,4’ –tetramethoxyflavone แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Plasmodium falciparum ที่เป็นสาเหตุของโรคมาลาเรีย ส่วนสาร 3,5,7,4’-tetramethoxyflavone และ 5,7,4’-trimethoxyflavone แสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Candida albicans และแสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ Mycobacterium อย่างอ่อน
3. พิษต่อเซลล์มะเร็ง (cytotoxic activity)
จากการทดสอบผลของฟลาโวนอยด์ 9 ชนิดของกระชายดำต่อเซลล์มะเร็ง เช่น KB , BC หรือ NCI-H187 ไม่พบว่ามีสารใดทำให้เกิดพิษต่อเซลล์มะเร็งที่ทดสอบ
4. ฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง
มีรายงานการวิจัยว่า สารสกัดด้วยเอธานอลของกระชายดำมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta)ละลดการหดเกร็งของ
ลำไส้เล็กส่วนปลาย (ileum) ของหนูขาว และยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดของคน
การศึกษาทางพิษวิทยา
การศึกษาพิษเรื้อรังระยะเวลา 6 เดือน ของผงกระชายดำในหนูขาว ในขนาด 20 , 200 , 1000 และ 2000 มก/กก./วัน เทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำ พบว่า หนูที่ได้รับกระชายดำทุกกลุ่มมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น อาการและสุขภาพไม่แตกต่างจากลุ่มควบคุมหนูที่ได้รับกรายดำขนาด 2000 มก./กก. มีน้ำหนักสัมพันธ์ของตับสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ อาจเนื่องจากมีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม และมีเม็ดเลือดขาวอิโอสิโนฟิสต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงอยู่ในช่วงค่าปกติ ในหนูเพสเมียที่ได้รับกระชายดำขนาด 2000 มก./กก. มีระดับโคเลสเตอรอลสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ หนูทั้งสองเพสที่ได้รับกระชายดำ 2000 มก./กก. มีระดับซีรั่มโซเดียมสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญแต่ยังอยู่ในช่วงค่าปกติ ผลการตรวจอวัยวะทางจุลพยาธิวิทยานั้นไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่บ่งชี้ว่าเกิดจากความเป็นพิษของกระชายดำ
รายงานการวิจัยทางคลินิก
ยังไม่มีรายงานศึกษาวิจัยเพื่อประเมินประสิทธิผลของกระชายดำในคน
ขนาดที่ใช้ และวิธีใช้
ตามตำรายาแผนโบราณ กระชายดำมีสรรพคุณแก้โรคบิด ปวดท้อง ลมป่วงทุกชนิด และเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งมีวิธีใช้ดังนี้
กระชายดำแบบหัวสด ใช้เหง้า (หัวสด) ประมาณ 4-5 ขีด ต่อสุราขาว 1 ขวด ดองสุราขาวดื่มก่อนรับประทานอาหารอาหารเย็นปริมาณ 30 ซีซี. หรือฝานเป็นแว่นบาง ๆ แช่น้ำดื่ม หรือจะดองกับน้ำผึ้ง ในอัตราส่วน 1: 1
กระชายดำแบบหัวแห้ง หัวแห้งดองกับน้ำผึ้งแท้ในอัตราส่วน 1:1 นาน 7 วัน แล้วนำมาดื่มก่อนนอน
กระชายดำแบบชาชง ผงแห้งกระชายดำ 1 ซอง ชงน้ำร้อน 1 แก้ว (ประมาณ 120 ซีซี.) แต่งรสด้วยน้ำตาล หรือน้ำผึ้งตามต้องการ
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- TARAD.com. All Rights Reserved.